การเอาโค้ชโอ่ง ไปคุมการท่าเรือ อาจไม่ได้ผลดีอย่างที่คิด
ข่าวบอลไทยลีก2

การเอาโค้ชโอ่ง ไปคุมการท่าเรือ อาจไม่ได้ผลดีอย่างที่คิด

การเอาโค้ชโอ่ง ไปคุมการท่าเรือ อาจไม่ได้ผลดีอย่างที่คิด

ข่าวลือหนาหูในช่วงสัปดาห์นี้ คงหนีไม่พ้นกระแสข่าวที่ การท่าเรือ เอฟซี เตรียมเจราจากับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เพื่อขอยืมตัวโค้ชโอ่ง มาคุมทีมอย่างน้อย 1 ซีซั่น หลังจากผลงานของโค้ชอู๊ด ยังไม่โดนใจท่านประธานที่ลงทุนไปเยอะ ซึ่งมันก็มีมูลอยู่ไม่น้อยเพราะด้วยความสัมพันธ์ที่ดีของประธานสโมสรทั้ง 2 ทีม ที่เคยดีลนักเตะไปมาระหว่างกันอยู่บ่อยๆ แต่กระนั้นการดึงโค้ชโอ่ง มาคุมทีม เพื่อหวังให้สิงห์เจ้าท่ามีผลงานที่ดีเหมือนกระต่ายน้ำเงินครามเมื่อปีที่แล้ว มันอาจจะไม่สวยหรูและง่ายดายอย่างที่คิด

การคว้าแชมป์ไทยลีกของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด หากว่ากันตามตรง เครดิตที่ต้องยกให้ คือ บอร์ดบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค ซึ่งเลือกระบบการเล่นที่ต้องการก่อนเป็นลำดับแรก แล้วไปหานักเตะเกรดเอที่ถูกสเปคมาสู่ทีม ฉะนั้นการเล่น 3-5-2 ของกระต่ายน้ำเงินคราม จึงมี 11 ตัวจริงพร้อม เว้นเสียแต่สถานการณ์คับขันที่โค้ชโอ่ง จะต้องแก้เกมด้วยตัวเอง อย่างไรเสียสิ่งที่โค้ชโอ่ง ยังขาด คือ มิติในเกมรุกที่ยังไม่หลากหลายพอ ทำให้เมื่อจบฤดูกาลจึงหันไปเรียก วิดมาร์ ที่เคยคุมทีมเมื่อปี 2016 กลับมาคุมทีมอีกครั้ง เพื่อรังสรรค์มิติในเกมรุกให้โหดเหี้ยมสำหรับการลุยถ้วยเอเชีย

ทีนี้หากไล่ย้อนดูประวัติการทำงานของโค้ชโอ่ง จะพบว่าแบ็คซ้ายดาราเอเชียผู้นี้มักได้งานคุมทีมเล็กๆในไทยลีก 1 – ไทยลีก 2 กระทั่งในเวลาต่อมากลายเป็นมือทองในการพาทีมเลื่อนชั้นจากลีกรองสู่ลีกสูงสุด เช่น สิงห์ท่าเรือ (การท่าเรือ เอฟซี), ตราด เอฟซี และบีจีปทุม ยูไนเต็ด โดยการคุมทีมเหล่านี้ให้ประสบความสำเร็จ โค้ชโอ่งมักเลือกใช้วิธีการคุยกับนักเตะแบบพี่สอนน้อง ไม่เข้มข้นแท็กติก และไม่วางเป้าหมายสูง ส่วนการคุมทีมจนได้แชมป์ใหญ่ๆ ก็จะมีเพียงกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เมื่อปีล่าสุดเท่านั้น

ฉะนั้นการต้องมาคุม การท่าเรือ เอฟซี ที่รายล้อมไปด้วยนักเตะราคาแพงและมีความคาดหวังในผลงานค่อนข้างสูง ในขณะที่ตัวนักเตะกับระบบการเล่นยังไม่ลงตัว ทำให้การเข้ามาของโค้ชโอ่ง อาจต้องใช้เวลาในการเซตระบบให้เป็นทีม โดยการปรับแก้ตรงนี้อาจเป็นงานหนักด้วยปัจจัยแวดล้อมต่างๆที่ไม่ง่ายเหมือนกับตอนคุม บีจีปทุม ยูไนเต็ด สุดท้ายแนวคิดที่จะไปดึงโค้ชโอ่ง มาสู่แพท สเตเดี้ยม เจ้าตัวอาจรับมือไม่ไหว กระทั่งผลงานไม่เป็นดั่งที่บอร์ดบริหารคาดหวังก็เป็นได้

 

 

การเอาโค้ชโอ่ง ไปคุมการท่าเรือ อาจไม่ได้ผลดีอย่างที่คิด

การเอาโค้ชโอ่ง ไปคุมการท่าเรือ อาจไม่ได้ผลดีอย่างที่คิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *