ย้อนดูแนวทางการทำทีมของ บีจีปทุม ยูไนเต็ด ในรอบ12ปีที่ผ่านมา   
ข่าวบอลไทยลีก2

ย้อนดูแนวทางการทำทีมของ บีจีปทุม ยูไนเต็ด ในรอบ12ปีที่ผ่านมา   

ย้อนดูแนวทางการทำทีมของ บีจีปทุม ยูไนเต็ด ในรอบ12ปีที่ผ่านมา   

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด หรือชื่อเดิมคือ บางกอกกล๊าส เอฟซี นับเป็นอีกทีมหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมใหญ่ แต่กระนั้นพวกเขาต้องล้มลุกคลุกคลานอยู่นาน กระทั่งเกิดความเปลี่ยนแปลงใหญ่ จนนำมาสู่การสร้างที่แข็งแกร่งดังที่เห็นทุกวันนี้ โดยตลอด 12 ปีที่ผ่านมา กระต่ายน้ำเงินครามตัวนี้ได้มีแนวทางการทำทีมอย่างไร วันนี้เราจะไล่เรียงให้ได้อ่าน

ธนาคารกรุงไทย ได้ขายสิทธิ์การทำทีมให้ บางกอกกล๊าส เอฟซี พร้อมกับนักเตะวายุพักตร์แบบครบทีม โดยเมื่อลงไปดูที่ชื่อชั้นและคุณภาพ ก็จัดว่าเป็นเกรดเบอร์ต้นๆของไทย แต่มันยังไม่สุดหากเทียบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด หรือชลบุรี เอฟซี ที่มีตัวทีมชาติไทยล้มทีม โดยในช่วงต้นการซื้อตัวไทยราคาแพงไม่ใช่นโยบายของสโมสร หากแต่กระต่ายแก้วเน้นไปที่การจ้างโค้ชฝีมือดีเข้ามาคุมทีม พร้อมๆกับการทำอะคาเดมี่

ช่วงปี 2012 บางกอกกล๊าส เอฟซี ได้ดันตัวเยาวชนของสโมสรขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ ผสมกับตัวไทยที่ไม่ใช่เกรดพรีเมี่ยม ขณะที่ตัวต่างชาติเน้นฝีมือ มากกว่าชื่อเสียง โดยองค์ประกอบทั้งหมดถือว่าทำได้ดี แต่มันก็ไม่พอที่จะเบียดลุ้นแชมป์ไทยลีก กับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ชลบุรี เอฟซี หรือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผู้มาใหม่

ยิ่งนานวันไปเรื่อยๆ บางกอกกล๊าส เอฟซี บริหารทีมแบบจับฉ่าย เพราะตัวเยาวชนไม่สามารถเป็นตัวหลักในทีมชุดใหญ่ได้ การซื้อตัวนักเตะไทยไม่มีเคยมีคำว่าปัง ต่างชาติตัวดีๆก็เอาเข้ามาครั้งละคน หรือตัวโค้ชที่มีการปลดทุกปี นั่นจึงทำให้กระต่ายแก้ว เสมือนการพายเรือในอ่างพร้อมกับความล้มเหลว กระทั่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้น เมื่อทีมมีอันต้องตกชั้นสู่ไทยลีก 2 ในปี 2018

การลงไปอยู่ในไทยลีก 2 บอร์ดบริหารได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุอย่างละเอียดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ทีมยักษ์ใหญ่อย่างนี้ต้องตกชั้น สุดท้ายเมื่อพวกเขากลับขึ้นมาสู่ไทยลีก 1 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้เปลี่ยนนโยบายต่างๆใหม่ทั้งหมด โดยยกเลิกการทำอะคาเดมี่ แล้วนำเงินจากส่วนนี้ไปทุ่มซื้อนักเตะทั้งไทยและต่างชาติ ที่มีดีกรีและเหมาะสมกับตำแหน่งในทีม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนโยบายในครั้งนี้มันได้กลายสภาพทีมไปอย่างมาก เพราะได้ทั้งแชมป์ไทยลีก 1, ได้ไปเล่น ACL อีกทั้งยังเข้ารอบอีกด้วย

จากทั้งหมดนี้จึงทำให้เห็นบทเรียนหลายอย่าง ไล่ตั้งแต่ การทำทีมที่ต้องแก้ปัญหาหลายๆประการพร้อมกัน ไม่ใช่แก้ตรงนี้ แต่ปล่อยตรงโน่น สุดท้ายทุกอย่างจะพัง ส่วนอีกเรื่อง คือ หากลงมือทำอะคาเดมี่อย่างสุดความสามารถแล้วไม่ได้ผลดี ก็จงกลับมาดูจุดแข็งของตัวเองแล้วหาทางอย่างอื่นต่อ โดยในเคสของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด คือ มีเงินหนา สุดท้ายจึงใช้เงินซื้อนักเตะ แต่การจะเทเงินทุกครั้งต้องมาพร้อมกับการคิดอย่างรอบคอบด้วย

 

ย้อนดูแนวทางการทำทีมของ บีจีปทุม ยูไนเต็ด ในรอบ12ปีที่ผ่านมา   

ย้อนดูแนวทางการทำทีมของ บีจีปทุม ยูไนเต็ด ในรอบ12ปีที่ผ่านมา   

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *