แมวเซา กลายเป็นแมวซ่า เพราะการมาของ คานยุค คนเดียว 
ข่าวบอลไทยลีก2

แมวเซา กลายเป็นแมวซ่า เพราะการมาของ คานยุค คนเดียว 

แมวเซา กลายเป็นแมวซ่า เพราะการมาของ คานยุค คนเดียว 

ศึกฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020/21 ที่พึ่งปิดฉากลงไป ทั้ง 16 ทีมต่างมีผลงานที่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงต่ำกว่าเป้าหมาย แต่หากถามถึงทีมที่อยู่ๆก็ทำผลงานดีขึ้นมาจนทุกคนต้องตกตะลึงคงจะหนีไม่พ้น นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ของโค้ชโจ ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น          หากกล่าวถึง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี นี่คือ 1 ในทีมที่ยืนหยัดอยู่บนลีกสูงสุดมาแล้วเป็นปีที่ 6 แต่ถึงกระนั้นก็มีสถานะเป็นทีมตัวประกอบ เพราะอย่างดีที่สุดคือการจบอันดับกลางตาราง ส่วนถ้าปีไหนไม่ค่อยมีความพร้อมก็จะต้องลุ้นเหนื่อยกับการหนีตกชั้น ซึ่งก็รอดมาได้ทุกครั้ง ขณะที่โอกาสลุ้นแชมป์หรืออันดับหัวตาราง พลพรรคสวาทแคทไม่เคยเอื้อมไปถึงได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

สำหรับ ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020/21 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ออกสตาร์ทด้วยผลงานที่ไม่ดีนักตามสไตล์ ซึ่งก่อนพักเบรกโควิดรอบแรกพวกเขาต้องจมอยู่ในโซนสีแดง กระทั่งการกลับมารีสตาร์ทช่วงเดือนตุลาคม ผลงานของทัพสวาทแคทก็ยังไม่ได้ดีขึ้น เพราะต้องทำแต้มเบียดกับ พีที ประจวบ เอฟซี จนอันดับมีการสลับไปมาเกือบทุกอาทิตย์ระหว่างโซนปลอดภัยกับโซนตกชั้น

หากจะให้วิเคราะห์ว่าทำไม นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ถึงทำผลงานได้ดีขนาดนี้ ทั้งๆที่เสริมตัวผู้เล่นระหว่างฤดูกาลเพียงไม่กี่คน เครดิตที่ต้องยกให้ คือ โค้ชโจ ซึ่งรู้ศักยภาพของทีมดี จึงได้เซตระบบทีมให้มีเกมรับเหนียวแน่นแล้วใช้เกมรุกโต้กลับ แต่สิ่งที่ขาดหายไป คือ ตัวที่จะเชื่อมบอลจากหลังสู่หน้า เพราะภาพที่ปรากฏเสมอมาตลอกเลกแรก นั่นคือ บอลไม่ถึงแดนหน้า จนทำให้แนวรุกโดดเดี่ยวและต้องลงมาล้วงบอลเอง แต่เมื่อทัพสวาทแคทได้ คานยุค มาสู่ทีม ปัญหานี้ก็หายไปและแปรเปลี่ยนเป็นเกมที่ไหลลื่น เพราะทันทีที่แนวรับตัดบอลได้และส่งให้ คานยุค เจ้าตัวก็จะทำการลำเลียงบอลไปยังแดนหน้าอย่างรวดเร็ว ขณะที่ตัวรุกและปีก 2 ข้าง ก็ทำหน้าที่เข้าจุดโฟกัสเท่านั้น


ในขณะเดียวกันตัวละครลับสำคัญแห่งฤดูกาลของนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี อย่าง จี้ดี คานยุค ก็กำลังประสบปัญหากับการปรับตัวให้เข้ากับระบบทีมของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สุดท้ายทัพปราสาทสายฟ้าก็ได้โละ คานยุค ออกจากทีมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทีมบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างโคราชจะไปรับช่วงต่อ ซึ่งในทันทีที่ คานยุค ลงสนามในเสื้อสีส้ม จากแมวที่เคยเซามาตลอด ก็ตื่นขึ้นจนกลายเป็นแมวซ่าในพริบตา เพราะสามารถยืนสถิติไม่แพ้ใครนานถึง 9 นัด โดยในจำนวนนี้ยังทำสถิติชนะรวด 6 นัด อีกด้วย

    “แมวเซา กลายเป็นแมวซ่า” เพราะการมาของ คานยุค คนเดียว จึงน่าจะเป็นตัวอย่างครั้งสำคัญให้กับทีมอื่นๆเห็น ว่าการสร้างทีมให้แข็งแกร่งสามารถเกิดได้ด้วยการเสริมตัวผู้เล่นไม่กี่คน ถ้าทีมมีระบบชัดเจนและรู้จุดอ่อนของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินกวาดซื้อตัวผู้เล่นมาแบบยกทีม

 

 


แมวเซา กลายเป็นแมวซ่า เพราะการมาของ คานยุค คนเดียว 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *