ฟุตซอลไทยลีก

3 ตัวรับสุดแกร่งแห่งฟุตซอลไทยลีก

3 ตัวรับสุดแกร่งแห่งฟุตซอลไทยลีก

“เกมบุกที่ดีจะทำให้ทีมชนะ แต่เกมรับที่ดีจะทำให้ทีมเป็นแชมป์”  เป็นปรัชญาการทำทีมฟุตบอลของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชื่อดังที่พาทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จความแชมป์มากมายในช่วงปี 1993-2013 ที่ผ่านมา และยังคงร่วมสมัยอยู่ เพราะหลายทีมฟุตบอลได้ดำเนินการทำทีมแบบเดียวกัน รวมทั้งฟุตซอลด้วยเช่นกัน เพราะการมีตัวรับที่แข็งแกร่งช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ ดังนั้นผู้เล่นตัวรับจึงมีบทบาทสำคัญในเกมฟุตซอลอย่างมากในปัจจุบัน  เราจึงขอนำเสนอ 3 ตัวรับสุดแกร่งแห่งฟุตซอลไทยลีกในยุคปัจจุบันว่ามีใครกันบ้างที่เมื่อยืนอยู่แดนหลังแล้วยากที่ผู้เล่นตัวรุกจะผ่านไปได้ หรือบางครั้งไปไม่เป็นเลยก็ว่าได้ มีใครกันบ้างติดตามกันมาเลย

3 ตัวรับสุดแกร่งแห่งฟุตซอลไทยลีก

1.“อองรี” พรมงคล ศรีทรัพย์แสง ผู้เล่นตัวรับและเป็นกัปตันทีมการท่าเรือเอเอสเอ็ม แชมป์ฟุตซอลไทยลีก 2 สมัย   พรมงคล ศรีทรัพย์แสง เจ้าของเบอร์เสื้อหมายเลข 14 เช่นเดียวกับ เธียรี่ อองรี ศูนย์หน้าตำนานทีมอาร์เซน่อล  แต่เจ้าอองรี พรมงคล นั้นเล่นฟุตซอลทำหน้าที่เป็นตัวรับที่สุดแกร่ง โดยเฉพาะเมื่อเล่นคู่กับผู้เล่นตัวรับจอมเก๋าอย่าง เลิศชาย อิสราสุวิภากร อดีตนักฟุตซอลทีมชาติไทย ถือว่าเหนียวแน่นมาก กองหน้าทีมคู่แข่งไปแทบไม่เป็น เล่นไม่ออกไปตามๆกัน เจ้าอองรี พรมงคล มีการอ่านเกมได้ดีและเข้าสกัดตัวบอลได้เยี่ยม ทำให้ตอนนี้ถือเป็นตัวรับอันดับต้นๆของฟุตซอลไทย  เป็นกำลังในทีมท่าเรือและทีมชาติไทยด้วยเช่นกัน

3 ตัวรับสุดแกร่งแห่งฟุตซอลไทยลีก

2.“บุ๋ม” พงศกร จันทรสาขา ตัวรับทีมกุ้งสายฟ้า สุราษฎร์ธานี ฟุตซอลคลับ เจ้าบุ๋ม พงศกร ถือเป็นผู้เล่นเกมรับที่เด็ดขาดในการสกัดและตามไล่ล่ากองหน้าทีมคู่แข่งชนิดตามกัดไม่ปล่อย ทันทีที่คู่ต่อสู้พาบอลเข้าเขตอันตราย

3 ตัวรับสุดแกร่งแห่งฟุตซอลไทยลีก

3.“ปลั๊ก” อำพล ศรีระแก้ว ผู้เล่นตัวรับ กัปตันทีมตัวเก่งของทีมโต๊ะเล็กเทพพระชัย” ห้องเย็นท่าข้าม เป็นผู้เล่นตัวรับที่มีอนาคตไกล มีความครบเครี่องทั้งเกมรุกและรับ เรียกว่า  “รับเหนียว เหนี่ยวไกลยิงก็คม” ไม่แปลกใจเลยว่าจะสามารถยิงแฮททริกได้ในนัดพบกับทีมธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน

ผู้เล่นเกมรับทั้งสามคนนี้จึงเป็นกำลังหลักของทีมที่จะมีส่วนผลักดันทีมสู่การลุ้นแชมป์ฟุตซอลลีกได้  และเชื่อว่าทั้งสามคนนี้มีโอกาสที่จะเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยที่จะขึ้นมาทดแทน“กัปตันช้าง” กฤษดา วงษ์แก้ว กัปตันทีมชาติไทยที่เริ่มโรยราลงไป อย่างไรก็คงต้องดูกันไปยาว ๆ ว่ารักษาฟอร์มการเล่นที่ดีแบบคงเส้นคงวาได้หรือไม่ ติดตามกันต่อไป

koballthai คอบอลไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *